ดักแด้ไหมสามารถเพิ่มการเรียนรู้และความจำซ้ำยังสามารถป้องกันภาวะ ความจำบกพร่องทางสมอง !!

ฟาร์มจิ้งหรีดไทยใช้มาตรฐานจีเอพีฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างเป็นทางการ

เมนูใหม่กำลังเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ

theme-verycool12

ชาวกัมพูชารับประทานแมลงกันเป็นเรื่องธรรมดา โดยวิธีการทำส่วนใหญ่คือการทอดกับกระเทียมหรือพริก ซึ่งขณะนี้มีร้านอาหารที่เจ้าของเป็นชาวฝรั่งเศสเปิดบริการในเสียมราฐ พร้อมปรับปรุงสูตรการทำอาหารจากแมลงเพื่อเปิดตลาดผู้รับประทานแมลงให้กว้างขึ้น

“บั๊ก คาเฟ่” เป็นร้านอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารฝรั่งเศสกับกัมพูชา ใช้เฉพาะวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งรวมถึงแมลงอย่างจิ้งหรีด ตั๊กแตน ผึ้ง มด หนอนและแมงมุม ซึ่งร้านแห่งนี้รับซื้อแมลงจากคนท้องถิ่นด้วยราคางามสำหรับชาวบ้านที่นี่ โดยเจ้าของร้านต้องการยกระดับการรับประทานแมลงด้วยสูตรอาหารอย่างส้มตำแมงป่อง คัพเค้กมะกอกพาร์เมซาน ตกแต่งด้วยจิ้งหรีดและนอนไหม หรือจะเป็นปอเปี๊ยะไส้มด โดนัทแมงมุมและแมลงเสียบไม้ย่าง

ณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากโครงการอาหารและการเกษตร กล่าวว่า จริงๆแล้วแมลงมีสารอาหารสูงมากและแมลงบางชนิดมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อหรือปลาเสียอีก

เดวี่ เบลาซาร์ด ผู้จัดการร้านบั๊ก คาเฟ่ ระบุว่า เราทำอาหารคุณภาพจากแมลงได้ การรับประทานแมลงนั้นเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันทั้งในกัมพูชาและไทย และทุกคนก็รู้ว่าดีต่อสุขภาพ ดีต่อโลก แต่ปัญหาคือพวกเขามักปรุงในแบบเดิมๆ ไม่ค่อยน่าสนใจและไม่น่ารับประทานนัก เราจึงจ้างเชฟชาวกัมพูชาและช่วยกันสร้างสรรค์เมนูผสมผสานระหว่างความเป็นเอเชียกับยุโรป

ร้านได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมานครวัด โดยทั่วไปแล้วคนไม่ค่อยจะกล้ากินแมลง แต่สำหรับผู้ที่เลือกรับประทานร้านนี้ต่างรู้สึกดีต่อประสบการณ์ที่ได้รับ โดยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งกล่าวว่า “มันอร่อยดี แต่มีแค่อย่างเดียวที่ไม่ชอบคือเมื่อต้องเห็นตัวแมลง แต่สำหรับโดนัท แดนิช หรือปอเปี๊ยะนั้น อร่อยมาก”

บั๊ก คาเฟ่ เป็นร้านอาหารแมลงแห่งแรกในกัมพูชา ซึ่งทางร้านวางแผนจะขยายสาขาอย่างน้อยอีก 2 สาขา ทั้งในเสียมราฐและในพนมเปญ

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/251620

acf_4438นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ นำคณะโดยวิทยากรจากสหภาพยุโรป (EFSA) ผู้ประกอบการผลิตและส่งออกจิ้งหรีด เยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อศึกษาดูงานการเลี้ยงจิ้งหรีด มาตรฐานในฟาร์มและการพัฒนาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว ณ อำเภอบ้านพอง จังหวัดขอนแก่น

 

กระทรวงเกษตรฯ เร่งจัดทำมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีด คาดภายในปี 2560 ไทยจะประกาศใช้มาตรฐานจีเอพีฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างเป็นทางการ เพื่อการันตีคุณภาพผลิตภัณฑ์แมลงของไทย และขยายโอกาสทางการตลาดส่งออกสู่ตลาดโลก

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา “โอกาสทองจิ้งหรีดไทยไปอียู : แมลงเศรษฐกิจเปลี่ยนโลก” ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำ ประเทศไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำนักงานคณะกรรมการองค์การอาหารและยา (อย.) ร่วมกันจัดขึ้น โดยกิจกรรมภายในงานนอกจากการบรรยาย เรื่อง เพาะเลี้ยงแมลงในประเทศไทย: ฟาร์มจิ้งหรีดและผลกระทบด้านสังคม โภชนาการ และเศรษฐกิจ โดย รศ. ดร. ยุพา หาญบุญทรง มหาวิทยาลัยขอนแก่น การสัมมนากลุ่มย่อยและระดมความคิดเห็น ในเรื่องมาตรฐาน GAP ขั้นตอนการขออนุญาตขึ้นทะเบียนอาหารใหม่ การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การสร้างเครือข่ายและการประชาสัมพันธ์ โดยวิทยากรจากสหภาพยุโรป (EFSA) มหาวิทยาลัยขอนแก่นและผู้แทน มกอช.ณ โรงแรมอวานี จังหวัดขอนแก่น แล้ว คณะยังได้เดินทางไปดูฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อศึกษาดูงานการเลี้ยงจิ้งหรีด มาตรฐานในฟาร์มและการพัฒนาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว ณ อำเภอบ้านพอง จังหวัดขอนแก่น ด้วย

“มกอช. ได้พาคณะผู้แทนสหภาพยุโรปลงพื้นที่ เยี่ยมชมงานด้านการเลี้ยงจิ้งหรีด การจัดการมาตรฐานในฟาร์มและการพัฒนาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร ณ หมู่บ้านจิ้งหรีด อำเภอบ้านน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากจิ้งหรีดถือเป็นแมลงเศรษฐกิจของไทยที่มีศักยภาพสูง มีการขยายตัวการผลิตในระยะ 2 – 3 ปีหลังนี้อย่างมาก โดยในปี 2558 มีมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท/ปี อีกทั้งยังเป็นสินค้าอาหารที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ราคาถูก ต้นทุนต่ำ และมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า อาทิ Snack food รสชาติต่างๆ ทั้งรสต้มยำ รสวาซาบิ และจิ้งหรีดชนิดโปรตีนผงเพื่อนำไป แปรรูปเป็นเค้ก และคุกกี้ เป็นต้น”

ดังนั้น การที่ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านประเมินความเสี่ยงของสหภาพยุโรปหรือ ESFA ได้มาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบโนเวลฟู้ด แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการของไทย ให้สามารถเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้ระเบียบอาหารใหม่ของสหภาพยุโรปที่ปรับกฎระเบียบให้การยอมรับแมลงเป็นโนเวลฟู้ด (Novel Food) หรือ กฎระเบียบว่าด้วยอาหารใหม่ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 รวมถึงการยื่นคำร้องและข้อมูลวิชาการประกอบการพิจารณาอนุญาตเปิดตลาดอาหารใหม่ในสหภาพยุโรปด้วย ขณะเดียวกัน มกอช. ยังกระตุ้นให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเร่งปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงในฟาร์มจนถึงการวางจำหน่ายในตลาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เป็นที่ยอมรับของคู่ค้าและมีภาพลักษณ์ที่ดีในตลาดสหภาพยุโรป ทั้งด้านโภชนาการ ความปลอดภัยอาหาร และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผลิตภัณฑ์แมลงของไทยในสหภาพยุโรปและตลาดโลกได้

ในเร็วๆนี้ มกอช. ได้เตรียมจัดทำมาตรฐานจีเอพีฟาร์มจิ้งหรีด เพื่อรองรับกับการพัฒนาตลาดของจิ้งหรีดซึ่งมีแนวโน้มในการเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อมีตลาดต่างประเทศรองรับ มาตรฐานการผลิตที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าปลายทาง เกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว หากพัฒนาการเลี้ยงเข้าสู่ระบบมาตรฐานได้เร็วจะสร้างความได้เปรียบทางการค้า และประเทศไทยอาจเป็นศูนย์กลางการผลิตจิ้งหรีดในภูมิภาคนี้เนื่องจากมีความพร้อมมากที่สุด ทั้งนี้ มีแผนที่จะประกาศใช้มาตรฐาน จีเอพี ฟาร์มจิ้งหรีด ได้ภายในปี 2560

ปัจจุบันเมืองไทยมีฟาร์มจิ้งหรีดมากถึงประมาณ 20,000 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย ใช้น้ำน้อย ใช้เงินลงทุนต่ำ สามารถเลี้ยงได้ทุกเพศทุกวัยทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับสังคมเกษตรกรรมของไทยในปัจจุบัน โดยจิ้งหรีดที่นิยมเลี้ยงเชิงพาณิชย์มี 3 สายพันธุ์ คือ สะดิ้ง ทองดำ และจิ้งหรีดขาว มีกำลังการผลิตสูงถึง 7,500 ตันต่อปี แหล่งจำหน่ายใหญ่คือตลาดโรงเกลือ และส่งโรงงานแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดส่งออกไปยังตลาด สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น

 

image

ตั๊กแตนปาทังก้าทอดกรอบเคยเป็นอาหารพื้นๆ ที่พบได้ทั่วไปในเอเชียอาคเนย์ แต่ในวันนี้เป็นอาหารที่เริ่มหายาก ตั๊กแตนดิบ ราคา 150-170 บาทต่อ กก. นอกจากนั้นยังมีโอกาสปนเปื้อนสูงจึงต้องหาวิธีเพาะเลี้ยง ยังมีแมลงกินได้อีกหลายชนิดที่นิยมเลี้ยงเป็นธุรกิจ บางชนิดเช่นด้วงงวงมะพร้าวกับไข่มดแดงปัจจุบันขายกันในตลาด 200-300 บาทต่อ กก. องค์การอาหารและการเกษตรฯ ช่วยส่งเสริมการเลี้ยงในอนุภูมิภาคนี้

ASTVผู้จัดการออนไลน์– องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้จัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงแมลงที่กินได้ ขึ้นในนครเวียงจันทน์สัปดาห์นี้ รวมทั้งให้ความรู้ทางด้านโภชนาการ และการทำตลาด เพื่อช่วยให้เกษตรการลาวเพาะเลี้ยงอย่างถูกวิธี ได้ผลดี สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและยังเป็นแหล่งอาหารโปรตีนชั้นดีอีกด้วย

การฝึกอบรมจัดขึ้นที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติ (บ้านนาบง) มีเกษตรกรในนครเวียงจันทน์กว่า 20 คน จาก 9 เมือง (อำเภอ) เข้าร่วม ทุกคนได้รับชุดเพาะเลี้ยงกับพันธุ์แมลง ทำให้สามารถลงมือได้ทันทีหลังการอบรมหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่กล่าว

การอบรมครั้งนี้เน้นไปที่การเพาะเลี้ยงแมลง 4 ชนิดเป็นหลักคือ จิ้งหรีด ตัวด้วงงวงมะพร้าว ด้วงทอง กับมดส้ม (มดแดง) ซึ่งชนิดหลังนี้เพาะเลี้ยงเพื่อเอาไข่ กับตัวนางพญา

การฝึกอบรวมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 มี.ค.2554 โดยนายแซก แว็กนิโอ (Serge Verniau) ผู้แทนเอฟเอโอประจำลาว กับ ดร.อุดมพอน คำเพ็ง คณะบดีคณะเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมด้วย หนังสือพิมพ์ของทางการนครเวียงจันทน์กล่าว
สำนักข่าวสารปะเทดลาวรายงานในขณะเดียวกันว่า ปี 2554 นี้ เอฟเอโอจะมีการจัดฝึกอบอม 4 ครั้ง ทั้งในเมืองหลวงและในต่างแขวง (จังหวัด) จะเป็นการอบรมเกษตรกรอีก 1 ครั้ง และ อบรมครูผู้สอน 2 ครั้ง เพื่อให้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแมลงกินได้และการเพาะเลี้ยงออกไปอย่างกว้างขวาง

       จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในประเทศไทยได้พบว่า มีแมลงในเขตร้อนหลายชนิดที่สามารถรับประทานเป็นอาหารได้ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ประกอบด้วยสารโอเมก้าทรีกับโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายชนิดต่างๆ จึงเป็นแหล่งอาหารคุณภาพดีและราคาถูก

image-1

นางพญามดแดงเฝ้าดูแลไข่อย่างใกล้ชิด มีนักรบทั้งฝูงคอยปกป้องคุมกัน แต่ถึงกระนั้นไข่อันมีค่าของพวกมันก็ไม่เคยพ้นเงื้อมมือมนุษย์ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงมดแดงอย่างกว้างขวางในอนุภูมิภาค โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ

image-2

นางพญามดแดงเฝ้าดูแลไข่อย่างใกล้ชิด มีมดแดงนักรบทั้งฝูงคอยปกป้องคุมกัน แต่ถึงกระนั้นไช่อันมีค่าของพวกมันก็ไม่เคยพ้นเงื้อมมือมนุษย์ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงมดแดงอย่างกว้างขวางในอนุภูมิภาค โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ

image-3

ไม่เฉพาะไข่เท่านั้นที่เป็นอาหารชั้นยอด ตัวนางพญาเองก็เป็นเป้าหมายการล่า “มดเป้ง” คั่วเกลือให้รสมันๆ เค็มๆ อร่อยมาก ปัจจุบันกำลังมีการเพาะเลี้ยงมดแดงเพื่อการพาณิชย์อย่างกว้างขวาง และ FAO สนับสนุน

 แต่แมลงหลายชนิดมีพิษต่อร่างกายกินไม่ได้ นอกจากนั้นแมลงที่กินได้ในธรรมชาติยังมีโอกาสปนเปื้อนสารเคมีหรือสารพิษต่างๆ อีกด้วย ทำให้เกิดมีการค้นคว้าวิจัยหาวิธีเลี้ยง เพื่อให้บริโภคได้อย่างปลอดภัย

ตัวหนอนบางชนิดและไข่มดแดงราคากิโลกรัมละ 200-300 บาท ขณะตั๊กแตนปาทังก้าราคา กก.ละ 150-170 บาทหรือกว่านั้น แต่แมลงเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้เวลาเพาะเลี้ยงเพียงประมาณ 60 วัน จึงเป็นแหล่งสร้างรายได้แก่ครอบครัวอย่างงาม

หลายปีมานี้องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติได้จัดการฝึกอบรมคล้ายกันนี้ในหลายประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งในประเทศไทยด้วย เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงอย่างถูกวิถี รวมทั้งการหาช่องทางการตลาด

ในเวียดนาม กัมพูชาและพม่า ประชาชนทั่วไปนิยมรับประทานแมลงเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั๊กแตนปาทังก้าทอดกรอบ แมลงป่องช้างทอดกรอบกับตัวบึ้งทอดกรอบสำหรับชาวกัมพูชา

ในประเทศไทยยังนิยมรับประทานดักแด้จากตัวไหม ตัวด้วงงวงมะพร้าว (ลูกโดด) และ หนอนไม้ไผ่ที่มีลักษณะตัวหยักและเรียวยาว (หนอนรถด่วน) ซึ่งให้รสมันอร่อย รวมทั้งแมลงมัน แมลงเม่า กับมดนางพญาหรือตัวมดเป้งด้วย

ปัจจุบันมีการทำตั๊กแตนทอดกรอบบรรจุกระป๋อง เช่นเดียวกับไข่มดแดงแช่น้ำเกลือบรรจุทั้งในขวดแก้วและในประป๋อง ส่งจำหน่ายทั่วประเทศและส่งออกอีกด้วย.

ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งแมลงหรือผลผลิตของมัน จะกลายเป็นอาหารกระป๋องที่มีราคาแพงมากๆ

image-5

“Ant Egg” ทำให้ฝรั่งร้องจ๊าก ภาพนี้จาก Bizarrefood.com เว็บไซต์ที่ว่าด้วยอาหารประเภทแปลกและชวนอาจียนทั้งหลาย ไข่มดแดงแช่น้ำเกลือบรรจุขวดปิดสนิทก็ถูกจัดเข้าข่ายด้วย

image-6

แมงป่องช้างกับรถด่วนทอด แพงมากๆ หากเทียบกับไก่ย่างวิเชียรบุรี ปัจจุบันกำลังมีการเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง มีไม้ไผ่นับสิบชนิดที่เพาะเลี้ยงหนอนได้

image-7

ลูกโดด.. แสดงให้เห็นการเติบโต 2 ระยะ และ ได้รับความนิยมจากตลาดทุกระยะ นี่คือศัตรูของชาวสวนมะพร้าวซึ่งเมื่อก่อนนี้จะทุบหรือทิ่มให้ตายแล้วเขี่ยทิ้งไป แต่ในวันนี้หนอนงวงมะพร้าว ราคาแพงกว่ามะพร้าวในสวนเสียอีก

image-8

ตัวกุดจี่ซึ่งเป็นแมลงที่เติบโตในมูลควาย เมื่อคั่วเกลือสุกดีแล้วจะออกมามีกลิ่นหอมหวล แต่ FAO ไม่ (กล้า) สนับสนุนให้รับประทานกัน

image-9

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติจัดการฝึกอบรมขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ในปี 2551 วันนี้การเลี้ยงและการทำตลาดแมลงกินได้ ได้กลายเป็นธุรกิจใหญ่โต ปีนี้ FAO เริ่มรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงในลาว

ที่มา : http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000041780

ddx001

 

เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานว่า สหภาพยุโรปเดินหน้ารณรงค์ให้ชาวยุโรปกินแมลง หนุนเพิ่มเมนูแมลงเข้าไปในเบอร์เกอร์และอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ หลังพบว่าแมลงเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี

          รายงานระบุว่า สหภาพยุโรป หรือ อียู จะทุ่มทุนกว่า 3 ล้านยูโร สำหรับการค้นคว้าวิจัยเรื่อง แหล่งโปรตีนที่ค้นพบในแมลง อย่างจริงจังในปีนี้ หลังมีการศึกษาพบว่าแมลงต่าง ๆ อุดมไปด้วยโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มากกว่าเนื้อสัตว์อย่างหมูและวัวเสียอีก

          โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจากหน่วยงานมาตรฐานอาหารแห่งสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยว่า ในขณะที่แมลงไม่ใช่สัตว์ที่ชาวอังกฤษและชาวยุโรปจะนำมารับประทานกัน และถือเป็นสัตว์ที่สร้างความรำคาญให้กับชาวยุโรป แต่กลับมีประชาชนกว่า 2.5 พันล้านคนทั่วโลก จับมันมารับประทานแมลงกันเป็นปกติ และพบว่ามันก็ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพกับพวกเขาด้วย ทำให้ตอนนี้ทางหน่วยงานมาตรฐานอาหารของสหประชาชาติต้องให้ความสนใจเรื่องแมลงกินได้เหล่านี้ ในฐานะที่เป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

          จากการศึกษาพบว่า หนอนหลายชนิดนั้นมีโปรตีนมากกว่าเนื้อวัวถึง 3 เท่า ขณะที่แมลงเปลือกแข็งอย่างจิ้งหรีดนั้น อุดมไปด้วยแคลเซียมที่น่าทึ่ง โดยจิ้งหรีดเพียง 4 ตัว มีแคลเซียมเทียบเท่านมแก้วใหญ่แก้วหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าหากคนยุโรปหันมากินแมลงได้ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี และมันยังจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารได้ถ้าหากต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารในอนาคต

          ศาสตราจารย์มาร์เซล ดิ๊ก จากมหาวิทยาลัยวาเกนนิงเกนในเนเธอร์แลนด์ ได้กล่าวว่า “ไอเดียการทานแมลง ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนอาจจะต้องยอมรับและเตรียมตัวรับมือกับมัน เพราะหลังจากปี 2020 เป็นต้นไป ทั่วโลกอาจจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร ซึ่งในตอนนั้นอาจไม่มีทางเลือกสำหรับคนเรามากนัก”

          ทั้งนี้ สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาสนับสนุนการใส่แมลงเข้าไปเป็นส่วนผสมในเมนูเบอร์เกอร์ และฟาสต์ฟู้ดส์แล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น และจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนได้หันมาทานแมลงกันมากขึ้นในฐานะที่เป็นอาหารที่มีโปรตีนและไขมันชั้นดีที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เฉกเช่นเดียวกับผู้คนกว่า 2.5 พันล้านคนทั่วโลกที่กำลังบริโภคแมลงเป็นอาหารมานมนานแล้ว

ที่มา http://hilight.kapook.com/view/67126